For more information
081928 7929

สำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา”

img

สำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา” ( Montfort Studies Office)

สำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา” (ชื่อเดิม “มงฟอร์ต เซนเตอร์) เป็น สำนักงาน ที่ท่าน อธิการใหญ่ ท่านปัจจุบัน (ภราดา ดร. เดชาชัย ศรีพิจารณ์) ได้เล็งเห็น ความสำคัญ ของ จิตตารมย์ ของคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ที่ผู้สถาปนาคณะฯของเรา คุณพ่อ หลุยส์ มารี กรียอง เดอ มงฟอร์ต ได้วางรากฐาน การดำเนินชีวิต ติดตาม องค์พระเยซูเจ้า อย่างใกล้ชิด โดยผ่านความเลื่อมใส ศรัทธาต่อแม่พระและการถวายตัวกับพระนาง และท่านอธิการใหญ่ ท่านปัจจุบัน ปรารถนาที่จะเห็น โรงเรียนทุกแห่ง สถาบันทุกสถาบัน รวมทั้ง บ้านฝึกอบรม ทุกระดับของเรา ได้นำความรู้ ความเข้าใจ ด้านจิตตารมย์ ดังกล่าว มาใช้ในการจัดการฝึกอบรม จัดการศึกษา และเผยแพร่จิตตารมย์นี้ให้แพร่หลายไปยังสังคมไทยอย่างกว้างขวาง รวมทั้งสร้างเครือข่ายของความร่วมมือกับองค์การและสถาบันที่มีเป้าประสงค์เดียวกัน เพื่อขยายขอบเขตของพันธะกิจให้เจริญก้าวหน้าและยั่งยืน ตลอดไป เพื่อให้พันธะกิจที่กล่าวมาข้างต้น บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ ทางสำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา” จึงได้กำหนดวัตถุประสงค์ ในการดำเนินการ ไว้ดังนี้

  1. ศึกษาและวิจัย ชีวประวัติและงานเขียนของ ท่าน น. หลุยส์ มารี
  2. เผยแพร่ จิตตารมย์ของท่านผ่าน สื่ออินเตอร์เน็ต
  3. ศึกษาแนวทางการนำจิตตารมย์ของท่านมาบูรณาการ ในการจัดการเรียนการสอน
  4. จัดอบรมให้กับ บุคลากรของมูลนิธิ ตามความต้องการ
  5. เข้าร่วมประชุมกับองค์การที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว
  6. สร้างเครือข่ายในการเผยแพร่จิตตารมย์ของท่าน น. มงฟอร์ต กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


การกำหนด บทบาทและภารกิจของสำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา” สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของ สมัชชาใหญ่ ครั้งที่ ๓๒ ที่ต้องการเห็น “การฟื้นฟูชีวิตภายในของภราดาแต่ละท่าน (Religious Commitment) การใช้ชีวิตในหมู่คณะฯที่เน้นความเป็นภราดรภาพและความรักฉันท์พี่น้อง (Fraternal Living) การฝึกหัดตนในการใช้ชีวิตภราดา (Formation) การจัดการศึกษาแบบมงฟอร์ต (Montfort Education Administration) การการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของฆราวาส (Partnership) การบริหารทรัพย์สินของคณะฯเพื่อประโยชน์ในการดำเนินพันธะกิจ (Financial Management)” (the 32nd General Chapter) ซึ่งในจดหมายของ ท่านอัคราธิการได้ระบุไว้ อย่างชัดเจนว่า Pope Francis ได้เรียกร้องให้พระสงฆ์และนักบวชได้ มีช่วงเวลาที่ยาวนาน ในการรื้อฟื้นชีวิตของตนและให้ผลของการฟื้นฟูชีวิตของตนดังกล่าว นำมาใช้ ในการ “Wake up the world” ด้วยการเป็นประจักษ์ของ ความศักดิ์ ความเชื่อ และความหวัง ด้วยการรำพึง 8 ประเด็น นี้ ในหมู่คณะของเรา

  • 1.1 ให้เรามาพิจารณาร่วมกันว่าเราได้หันกลับมาที่จุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตเยี่ยง คริสตชนและตามจิตตารมย์ ที่ผู้สถาปนาคณะของเราได้วางไว้หรือไม่
  • 1.2 คณะของเราได้ปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงในกรอบของความเป็นนักบวชหรือไม่
  • 1.3 การติดตามองค์พระเยซูเจ้า ตามคำสอนของพระวารสารเป็นแบบแผนพื้นฐานในการใช้ชีวิตของเรา ใช่หรือไม่
  • 1.4เราดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ ตามจิตตารมย์ของผู้สถาปนาคณะของเราหรือไม่
  • 1.5 เรามีความแน่นแฟ้น สนิทสัมพันธ์กับพระศาสนาจักรที่เข้มแข็งหรือไม่ และเราพยายามที่จะทำให้เป้าหมายของพระศาสนาจักรสำเร็จ ในสนามแห่งการประกาศพระวาจา ในการดำเนินพันธกิจ ในการอภิบาลและในสังคมหรือไม่
  • 1.6 สมาชิกของเราทั้งหมดมีความตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความต้องการของพระศาสนาจักร ในการที่จะรื้อฟื้นคำสัญญาของการใช้ชีวิตในหมู่คณะฯที่มีองค์พระจิตเจ้าเป็นจิตวิญญาณของความเชื่อและความร้อนร้นในการรับใช้หรือไม่
  • 1.7 สมาชิกแต่ละท่านในหมู่คณะของเราได้รับความรักและความเอาใจใส่ ทั้งในด้านสุขภาพ ชีวิตจิต ด้านจิตใจและวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันหรือไม่
  • 1.8 มิติของการใช้ชีวิตร่วมกัน บนแสดงศีลบนของความนบนอบและมิติของการใช้อำนาจของผู้ใหญ่เป็นไปเพื่อความรักในหมู่คณะฯหรือไม่หรือเป็นเพียงเครื่องมือของการใช้อำนาจเพื่อกดขี่และอำพรางในนามของการเสริมสร้างชีวิตจิตที่ไม่เกิดประโยชน์


  • การนำเสนอบทบาทของ สำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา”ดังความหมายข้างบนนี้ จึงเป็นการตอบสนองข้อเรียกร้อง มิใช่ต่อ พระศาสนาจักร คาทอลิคเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนอง ข้อเรียกร้อง ของ คณะกรรมการบริหารส่วนกลาง ของคณะเซนต์คาเบรียล ที่มีท่านอธิการใหญ่ องค์ปัจจุบัน กระตือรือร้นที่จะตอบสนองข้อเรียกร้องดังกล่าว อย่างจริงจังและทำให้เกิดผลในการปฏิบัติอย่างแท้จริง สำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา” จึงใคร่ปวารณาตัว ในการรับใช้ โรงเรียนของเราทุกโรงฯ ในการดำเนินการพันธะกิจ ที่ได้กล่าวไป ให้บรรลุผล ตามที่ตั้งไว้

    ด้วยความคาราวะ
    สำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา”