For more information
081928 7929

FOLLOW UP OF THE 32ND GENERAL CHAPTER

img

FOLLOW UP OF THE 32ND GENERAL CHAPTER

เอกสาร ”FOLLOW UP OF THE 32ND GENERAL CHAPTER” ทางคณะบริหารส่วนกลางฯโดย ท่านอัคราธิการ ได้ทำการเผยแพร่เอกสารนี้ให้กับโรงเรียนและสถาบันการศึกษาของคณะฯทุกแห่งเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำแผนพัฒนาโรงเรียนและสถาบันการศึกษาของเรา สู่อนาคต ตามนโยบายนี้ ท่านอัคราธิการ ต้องการเห็นสมาชิกที่ปฏิบัติภารกิจในคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ทั่วโลก ทั้งที่เป็น ภราดาและบุคลากรที่ทำหน้าที่ในโรงเรียนของคณะฯได้ทำการศึกษาและทำความเข้าใจ แกนหลักชองการจัดการศึกษาเซนต์คาเบรียลนั่นก็คือ”จิตตารมย์”มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและในการดำเนินและในชีวิตประจำวัน ซึ่งสาระและประเด็นของ เอกสาร “FOLLOW UP OF THE 32NDGENERAL CHAPTER” มีดังนี้

สาระโดยรวม จะอยู่ในกรอบของ “การอยู่ร่วมกันฉันท์พี่น้องและมิติของการอยู่ร่วมกันตามพันธะกิจของมงฟอร์ต” โดยนำคติพจน์ ของ การประชุมสมัชชาใหญ่ ครั้งที่ 32 ที่ว่า “ให้เรารักด้วยหัวใจและลงมือปฏิบัติ” นำมาเสริมสร้างความรักฉันท์พี่น้องในหมู่ภราดาของเราและในหมู่ผู้ที่แบ่งปันพันธะกิจของมงฟอร์ตร่วมกับเรา ด้วยความรัก ด้วยจิตที่เมตตาและความยินดีที่สะท้อนออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ในการดำเนินภารกิจของเมงฟอร์ต ด้วยความร้อนรนและด้วยการรื้อฟื้นศีลบนของการเป็นนักบวชที่เราได้ถวายตนกับพระองค์ (XXIII World Day for Consecrated Life, 25th March 1996) และ Pope Francis ได้เรียกร้องให้พระสงฆ์และนักบวชได้ มีช่วงเวลาที่ยาวนาน ในการรื้อฟื้น และให้ผลของการฟื้นฟูชีวิตของตนดังกล่าว นำมาใช้ในการ “Wake up the world” ด้วยการเป็นประจักษ์ของ ความศักดิ์ ความเชื่อ และความหวัง ด้วยการรำพึง ๘ ประเด็น นี้ ในหมู่คณะของเรา

  • 1.1ให้เรามาพิจารณาร่วมกันว่าเราได้หันกลับมาที่จุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตเยี่ยง คริสตชนและตามจิตตารมย์ ที่ผู้สถาปนาคณะของเราได้วางไว้หรือไม่
  • 1.2 คณะของเราได้ปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงในกรอบของความเป็นนักบวชหรือไม่
  • 1.3 การติดตามองค์พระเยซูเจ้า ตามคำสอนของพระวารสารเป็นแบบแผนพื้นฐานในการใช้ชีวิตของเรา ใช่หรือไม่
  • 1.4 เราดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ ตามจิตตารมย์ของผู้สถาปนาคณะของเราหรือไม่
  • 1.5 เรามีความแน่นแฟ้น สนิทสัมพันธ์กับพระศาสนาจักรที่เข้มแข็งหรือไม่ และเราพยายามที่จะทำให้เป้าหมายของพระศาสนาจักรสำเร็จ ในสนามแห่งการประกาศพระวาจา ในการดำเนินพันธกิจ ในการอภิบาลและในสังคมหรือไม่
  • 1.6 สมาชิกของเราทั้งหมดมีความตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความต้องการของพระศาสนาจักร ในการที่จะรื้อฟื้นคำสัญญาของการใช้ชีวิตในหมู่คณะฯที่มีองค์พระจิตเจ้าเป็นจิตวิญญาณของความเชื่อและความร้อนร้นในการรับใช้หรือไม่
  • 1.7 สมาชิกแต่ละท่านในหมู่คณะของเราได้รับความรักและความเอาใจใส่ ทั้งในด้านสุขภาพ ชีวิตจิต ด้านจิตใจและวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันหรือไม่
  • 1.8 มิติของการใช้ชีวิตร่วมกัน บนแสดงศีลบนของความนบนอบและมิติของการใช้อำนาจของผู้ใหญ่เป็นไปเพื่อความรักในหมู่คณะฯหรือไม่หรือเป็นเพียงเครื่องมือของการใช้อำนาจเพื่อกดขี่และอำพรางในนามของการเสริมสร้างชีวิตจิตที่ไม่เกิดประโยชน์


คำถามทั้ง แปดข้อนี้ มุ่งที่จะ เสริมสร้างชีวิตของผู้ถวายตนให้หยั่งรากลึกในแบบอย่างและในคำสอนของพระเยซูคริสต์ เพื่อเป็นของขวัญถวายแด่องค์พระบิดาส่งต่อมายังพระศาสนาจักรโดยผ่านองค์พระจิตเจ้า ในคำปฏิญาณของการถือความบริสุทธิ์ ความยากจน และความนบนอบ ซึ่งจะต้องปรากฏชัดในการใช้ชีวิตอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ท่ามกลางสายตาของโลกและประชากรของพระองค์ ที่มีต่อการไขแสดงรหัสธรรมของอาณาจักรของพระเป็นเจ้า ที่ปรากฏอยู่แล้วในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาและรอวันที่จะปรากฏแจ้งเมื่อสวรรค์มาถึง (VC § 1). และนั่นเป็นสิ่งที่ ฃ the Acts of the 32nd General Chapter ระบุไว้อย่างไม่อ้อมค้อม ว่า: “โดยอาศัย ศีลล้างบาปและกระแสเรียกที่เราได้รับ ในฐานะที่เราเป็น ภราดา คณะเซนต์คาเบรียล เราได้รับพระหรรษทานที่จะแจกจ่าย “ไฟแห่งความศักดิ์" ของพระเยซูคริสต์ และในฐานะที่เราเป็นถูกเรียกให้เป็น ทั้งประชากร ประกาศก ในพระศาสนาจักร และ ในโลกใบนี้” (§ 1.4, Conviction 4). การถกเถียงการใช้ชีวิตนักบวชของ กรรมการบริหารส่วนกลาง(Live-in-Session by the Central Administration):

คณะกรรมการบริหารส่วนกลางใช้เวลาร่วมกัน หนึ่งสัปดาห์ นอกศูนย์กลางฯ ในการถกเถียง หัวข้อดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์หลัก สอง ข้อดังนี้:

  1. เพื่อทําการไต่ตรองบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารส่วนกลาง ตามบทบาทที่ระบุไว้ใน Chapter 11 of the Constitution (cf. C 168-184), ในเรื่อง ‘การบริหารหมู่คณะในภารกิจของการรับใช้ในสถาบัน;
  2. จัดเตรียมแผนปฏิบัติการสำหรับคณะทั้งหมดในช่วงการดำรงตำแหน่ง 2018-2024, เพื่อที่จะประกันว่า ประเด็นและปฐมบทของ the 32nd General Chapter ได้รับการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ ในชีวิตจริง ทั้งในระดับ ชีวิตส่วนตัว ในหมู่คณะ ในแขวง และ ในคณะ


การไตร่ตรองของเรา เริ่มจากคําถามที่ว่า “เราต้องการเห็นคณะฯของเราก้าวไปสู่จุดไหน ในปี2024”. ประเด็นที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นประเด็นหลัก ที่เราจะต้อง ให้ความสนใจ ที่มีจุดเน้นไปที่ ชีวิตจิต ความเป็นมนุษย์ และ การบริหาร:
  • อำนวยการให้ภราดาของเราหันกลับมาสู่สาระสำคัญของการใช้ชีวิตนักบวช ที่มีชีวิตจิตที่มีคุณภาพและเป็นประจักษ์พยานของการใช้ชีวิตในฐานะของผู้ถูกเรียก
  • จัดการอบรมที่เพียงพอให้กับภราดาที่รับหน้าที่เป็นอธิการบ้าน เพื่อให้พวกเขามีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำฝ่ายจิตที่มีคุณภาพในหมู่คณะและไม่ใช่เป็นเพียงผู้บริหารที่เก่งกาจ
  • จัดสรรบรรยากาศที่เอื้อในหมู่คณะต่อการเสริมสร้างชีวิตแห่งความรักฉันท์พี่น้องและเสริมสร้างพลวัตรที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตจิต ที่จำเป็นต้องมี สมาชิกอย่างน้อย สามคน ในแต่ละหมู่คณะ
  • จัดให้มีการอบรมฟื้นฟูจิตใจเป็นระยะๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ การพัฒนาชีวิตนักบวชอย่างต่อเนื่อง
  • นำหมู่คณะนานาชาติและความแตกต่างด้านวัฒนธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่จิตตตารมย์และมรดกของท่าน น. มงฟอร์ต
  • ฟื้นฟูขนมธรรมเนียมของเพื่อนร่วมเดินทาง (Accompanist) ในชีวิตจิต โดยเฉพาะในหมู่ ภราดาหนุ่ม
  • มีมาตรการในการเข้าไปดูแลการเสพติดของ ของมึนเมา และ การใช้สื่อสาธารณะ เป็นต้น
  • ทำการรณรงค์ต่อต้านในเรื่อง พวกนิยม ภาคนิยม อัตตานิยมและ พวกตำแหน่งนิยม โดยการใช้การประชุมบ้าน ให้เป็นประโยชน์
  • นําหลักการ การบริหารแบบธรรมาภิบาล มาใช้ในการบริหารในทุกระดับ ที่ประกันทั้งในด้านการบริหารที่โปร่งใส และการตรวจสอบ
  • เปิดโอกาสที่กว้างขวางในการบริหารให้กับฆราวาสโดยเฉพาะในด้านการบริหารการเงิน


แผนปฏิบัติการ ระหว่างปี 2018-2024 ได้รับแรงบันดาลใจจาก the ACTS of 32nd General Chapter:
จากแรงบันดาลใจ ที่ได้รับจาก “the ACTS of 32nd General Chapter” ทางคณะกรรมการส่วนกลางของคณะฯ จึงได้กำหนด หัวข้อของการทำแผนปฏิบัติการ และให้ชื่อว่า “Fraternal Living and the Communitarian Dimension of the Montfortian Mission” และมีคติพจน์ว่า “To love with your heart and hands” โดยมีความปรารถนาที่จะเห็น พัฒนาการของคณะฯของเรา ในด้านต่อไปนี้ ในปี 2024

  1. Formation
  2. Education
  3. Justice and Peace
  4. Partnership
  5. Finance

ซึ่งคณะกรรมการส่วนกลางของคณะฯต้องการ ให้คณะภราดาแต่ละหมู่คณะฯ พร้อมกับทีมทำงานของท่านอธิการใหญ่ และของส่วนกลาง ได้รับมอบอำนาจพร้อมกับวิสัยทัศน์ด้านชีวิตจิตและความกล้าหาญในจิตวิญญาณของท่าน น. มงฟอร์ต ที่จะจุดประกายไฟ ให้กับ ภราดาและ คณะฯของเราก้าวเข้าสู่ พัฒนาการและการฟื้นฟูจิตใจ ภายใต้หัวข้อที่ได้กำหนดเพื่อให้แต่ละแขวงได้ใช้เป็นทิศทางและทุ่มเทความพยายาม ในการวางแผนปฏิบัติการ สำหรับ๕ ปีข้างหน้า

I. ในด้าน Formation:

1) ให้แต่ละแขวง จัดอบรม การส่งเสริมกระแสเรียกให้กับคณะภราดา โดยคำนึงถึง นามานุกรมในด้าน Formation และเอกสาร ของ Post-Synod Document on Youth, Faith and Vocation Discernment (cf. 2.1.1., Action 1)
2) จัดให้มีการอบรม ในลักษณะเดียวกัน ให้กับสมาชิกของเพื่อนมงฟอร์ต และครูร่วมบริหาร (cf. 2.2.1.2, Strategy 2-b)
3) การพัฒนาชีวิตนักบวชอย่างต่อเนื่อง เป็นความรับผิดชอบส่วนตนของภราดาแต่ละท่าน เพราะฉะนั้น ภราดาแต่ละท่านจะต้องร่างแผนประจำปี ในการพัฒนาชีวิตนักบวชอย่างต่อเนื่อง ของตน และให้ถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของ e Community Project ที่สำคัญ ควรมีเครื่องมือในการวัดความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวของตนเอง (cf. 3.3.1.1, Strategy 3, 4.1.1.2, Strategy 1-a and 1-b)
4) ในฐานะที่เรา เป็นสานุศิษย์ของ น. มงฟอร์ต หมู่คณะของเรา ได้รับการเชื้อเชิญให้ถวายตนต่อ องค์พระเยซูเจ้า โดยผ่านแม่พระ ในทุกการภาวนา ในตอนเช้า และทุกครั้งของการสวดสายประคำ ในตอนเย็น
5) คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ สำหรับการเสริมสร้างชีวิตนักบวช (cf. 2.4.1, Action 4-a) ได้ก่อตั้งเมื่อเดือน July 2018 ที่ประกอบด้วย: Bro. Dominic Yeo Koh (Convenor), Bros. Paulraj A., B. A. Kurian, Maurice Hérault and Hyacinthe Kihandi as Members, ในการวางแผนและติดตามการเสริมสร้างชีวิตนักบวช สำหรับ Formators และ ทุก โปรแกรม ที่จัด ในระดับส่วนกลางของคณะ
6) ทุกแขวงได้รับการเชื้อเชิญ ให้แต่งตั้ง ทีมเสริมสร้างชีวิตนักบวช (Formation Team) ภายในปี 2020 เพื่อวางแผนและ ทำการติดตาม โปรแกรม การเสริมสร้างชีวิตนักบวชอย่างต่อเนื่อง ในแขวงของตนและจะต้อง ส่งรายงานอย่างสม่ำเสมอให้กับทีมบริหารของแขวงและคณะบริหารในส่วนกลางที่รับผิดชอบในการนำแผนปฏิบัติการดังกล่าวไปใช้ (cf. 2.3.1.1, Strategy 3-a)
7) ครอบครัวมงฟอร์ตจะได้จัดการประชุมการเสริมสร้างชีวิตนักบวช ระดับนานาชาติ ในครั้งต่อไป (Montfortian International Formation, FIM) สำหรับกลุ่ม Anglophone ตั้งแต่ เดือน April 13 to May 26, 2019, ที่ St. Laurent-sur-Sèvre, พร้อมกับภราดา 7 ท่าน และ ฆราวาส 1 ท่าน จาก the Montfort Brothers of St. Gabriel (cf. 2.4.2.4, Strategy 4-d), and another for Francophone Group in July-August 2021
8) สมาคมคณะนักบวช (The Association of the Congregations of Religious Brothers) ที่ Rome, Siamo Tutti Fratelli, จะจัดการประชุมในเรื่องดังกล่าว ที่ Rome ตั้งแต่ วันที่ 8th September จนถึง วันที่ 6th October, 2019, ภราดาของเรา 5 ท่าน จะร่วมในการประชุมดังกล่าว
9) การจัดฟื้นฟูจิตใจ ในหัวข้อเรื่อง "in the Footsteps of Montfort" for Francophone Brothers in July-August 2020

รายละเอียดของโปรแกรม นี้ได้แก่:
  • กล้าจะเดินบนถนนสายเดียวกัน เหมือน พ่อมงฟอร์ต ของเรา (มีความกล้า และสร้างสรรค์ที่จะมอบตนเองไว้ใน การดูแลของพระ บนหนทางของการดำเนินพันธะกิจ (3.4.1.3 Strategy 4-c);
  • ความจำเป็นในการสร้างมุมมองใหม่ในการศึกษางานเขียนและชีวประวัติของ; (1.3.1.1 Strategy 3 and 1.4.1.1 Strategy 4)
  • ความสำคัญของหมู่คณะนานาชาติต่อการแพร่กระจายด้านชีวิตจิต (3.4.1.1 Strategy 4-a);
  • การปลูกฝังคุณค่าของเครื่องมือใหม่ ในการสื่อสารเชิงสังคม (4.2.1.1 Strategy 2);
  • ความจำเป็นในการสร้างหมู่คณะที่เป็นที่พำนักที่ ความหวัง สันติสุข และ ความยินดี สามารถบ่มเพาะได้ (cf. RL 47);
  • เรียนรู้ในการเผยแพร่ ความเลื่อมใสศรัทธาต่อแม่พระในบริบท ของยุคปัจจุบัน


10) จัดเตรียมการประชุม โดย CAFMA สำหรับภราดาที่จะถวายตัวตลอดชีวิต ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ในการสื่อสาร, ระหว่างเดือน July-August 2020
11) จัดเตรียมการประชุม โดย by NCI สำหรับภราดาที่จะถวายตัวตลอดชีวิต ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
12) โปรแกรมการฟื้นฟูจิตใจในหัวข้อ "in the Footsteps of Montfort" สำหรับ Anglophone Brothers, ระหว่างเดือน April-May 2021 and 2023 สาระในโปรแกรม นี้ได้แก่:

  • กล้าจะเดินบนถนนสายเดียวกัน เหมือน พ่อมงฟอร์ต ของเรา (มีความกล้า และสร้างสรรค์ที่จะมอบตนเองไว้ใน การดูแลของพระ บนหนทางของการดำเนินพันธกิจ (3.4.1.3 Strategy 4-c);
  • ความจำเป็นในการสร้างมุมมองใหม่ในการศึกษางานเขียนและชีวประวัติของ; (1.3.1.1 Strategy 3 and 1.4.1.1 Strategy 4)
  • ความสำคัญของหมู่คณะนานาชาติต่อการแพร่กระจายด้านชีวิตจิต (3.4.1.1 Strategy 4-a);
  • การปลูกฝังคุณค่าของเครื่องมือใหม่ ในการสื่อสารเชิงสังคม (4.2.1.1 Strategy 2);
  • ความจำเป็นในการสร้างหมู่คณะที่เป็นที่พำนักที่ ความหวัง สันติสุข และ ความยินดี สามารถบ่มเพาะได้ (cf. RL 47);
  • เรียนรู้ในการเผยแพร่ ความเลื่อมใสศรัทธาต่อแม่พระในบริบท ของยุคปัจจุบัน

13) ในขณะที่ การพัฒนาบุคลากรที่มาดูแลด้านการเสริมสร้างชีวิตนักบวชเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคณะของเรา (cf. 2.4 Conviction 4), จึงได้มีการเสมอว่าให้มีการจัดอบรมบุคลากรดังกล่าว อย่างน้อย 10 ถึง 12 เดือน สำหรับ Formators ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ในทุกระดับ รวมทั้ง Novice Masters ที่กำหนดและจัดโดย M.S.C, Bangalore. ในหัวข้อ "Formation for Spiritual Accompaniment, และได้กำหนดให้ 2020-2021, 2022-2023, 2025-2026 เป็นช่วงของการอบรม
14) สำหรับภราดาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร อย่างน้อย 1 Novice Master / Spiritual Director / Resource Person ในด้านจิตตารมย์ น. มงฟอร์ต จะได้รับการฝึกอบรมของแต่ละ แขวง ก่อน ปี 2024, อาจจะเป็นที่ FAS, โดยใช้ Ignatian method of formation in spiritual accompaniment หรืออาจจะเป็นที่ Lyon (France) หรือที่ AFRN in Paris (France), หรือที่ Mater-Christi in Burkina Faso
15) คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศด้านการเสริมสร้างชีวิตนักบวช (The International Commission for Formation) จะเตรียมด้านเนื้อหาของการประชุมร่วม สำหรับ ภราดา ที่ได้ถวายตัวตลอดชีวิต ทั้งที่ใช้ ภาษาอังกฤษหรือ ฝรั่งเศส ในการสื่อสาร
16) ในการศึกษาความเป็นไปได้ ในการออกแบบและการจัดโปรแกรม ของการฟื้นฟู เป็นระยะเวลา ๙ เดือน โปรมแกรมดังกล่าว จะคล้ายกับ “Année Sagesse” ของ the Daughters of Wisdom ที่จะนำมาใช้ในการจัดการอบรมให้กับ ภราดาที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร จากประเทศต่างๆ


II. EDUCATION:

พระสัตปาปา ฟรานซิส เรียกร้อง ให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เห็นความสำคัญของความร่วมมือกัน ในจิตตารมย์ของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความเป็นหมู่คณะ แม้ว่าจะมาจากแหล่งและหน่วยงานที่แตกต่างกัน ได้รับการสนับสนุนและจุนเจือ เพราะโรงเรียนสามารถเป็นสถานที่ของการพบปะกันและการบรรจบกันของผู้คนในชุมชน เป้าประสงค์เดียวกันของเรา ก็คือการหล่อหลอมเยาวชน และการให้การช่วยเหลือ เยาวชนเหล่านั้นให้เติบโตและมีวุฒิภาวะในชีวิตที่เรียบง่าย มีความสามารถ และมีความซื่อสัตย์ เป็นบุคคลที่รู้จักรักอย่าง ซื่อสัตย์ ดำเนินชีวิตที่ตอบสนองเสียงเรียกของพระและเข้ามามีส่วนในการประกอบอาชีพเพื่อรับใช้สังคมในอนาคต (Pope Francis to the teachers and students in Rome, in 2013)

1) เลขาธิการด้านการศึกษาจะต้องริเริ่มในการให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับ the Montfortian Education Charter ภายในเดือน June 2021 (cf. 5.1.1.2, Strategy 1-b)

คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วย:

Bro. Mani Mekkunnel –Education Secretary General, Convener
Bro. Arsène Clet Bwayomo Mbo (KIN)
Bro. Josè Louis Rodriguez Bayon (ESP)
Bro. George Kalangod (INY)
Bro. Dominic Yeo-Koh (MAL-INB)
Bro. Sakda Sakonthawat (THA)
Bro. Jose Thekkedam (INE)
Bro. Emmanuel P.J. (IND)
Bro. Soosairaj (INT)
Bro. Jaico Gervasis (INP)
Bro. Shine Alex (INH)

The Montfortian Education Charter จะต้องใส่ใจในหัวข้อของ the 32ndGeneral Chapter ในด้าน:

  • การศึกษาสำหรับผู้พิการ (cf. 5.3.1.2 Strategy-3b);
  • การศึกษาในด้านความทัดเทียมทางเพศ สิทธิมนุษยชน การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สันติศึกษา สิทธิเด็ก และ การปกป้องผู้เยาว์ เป็นต้น (cf. 5.3.1.4 Strategy 3d);
  • องค์ประกอบด้านความยุติธรรม
  • มุมมองด้านการศึกษามงฟอร์ตที่ครอบคลุมและด้านการจัดการ การศึกษาในระบบ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ



2) เลขาธิการด้านการศึกษาและอนุกรรมาการ จะต้องพิมพ์เผยแพร่ เอกสาร Bi-Annual E-Magazine,ที่รวบรวมข่าวสารจากโรงเรียนต่างๆ ในคณะของเรา โดยเน้น เกี่ยวกับนวัตกรรมทางการศึกษา (cf. 5.2.1.2 Strategy 2 – b)
3) เอกสารประกอบการบริหาร โดยนำหลักการธรรมาภิบาลมาใช้ จะต้องมีการตีพิมพ์เผยแพร่เพื่อใช้ในการ บริหารโรงเรียนของเรา โดยการดำเนินการของ JPIC. (cf. Circular No.2, on Good Governance, June 2016): for our Education Ministry by December 2021
4) เลขาธิการด้านการศึกษาจะต้องทำการริเริ่มในเรื่องต่อไปนี้:

A) จะต้องทาการเชื่อมโยงครูแต่ละคนของเราเข้าสู่ World Union of Catholic Teachers (WUCT): 2019 -2022
B) จัดเตรียมรายงานประจำปี ในการติดตามผลการจัดการศึกษาตามแนว น. มงฟอร์ต ภายในปี: 2020
C) จัดพิมพ์วารสารการศึกษาอย่างน้อย ๒ ฉบับ ระหว่างปี: 2019 - 2023
D) จัดอบรมให้กับครู ในหัวข้อ “Montfortian Characteristics of Education” ในปี: 2019 - 2020 - 2025
E) จัดประชุม (เฉพาะ) ไตรภาคีด้านการศึกษา ในปี: 2020 - 2022 - 2024
F) จัดฝึกอบรมให้กับภราดาและครู ที่เกี่ยวกับ MEC, โดยความร่วมมือของกรรมาธิการการศึกษาของสภาระดับชาติของอินเดีย ในปี: 2020-2023
G) ทำการวิเคราะห์ บริบทภายในขององค์การโดยใช้หลัก SWOC Analysis (Strengths, Weaknesses, Opportunities and Challenges) ในการนำ ICT และสื่อสาร ทางสังคม มาใช้ในการเผยแพร่ “การศึกษา มงฟอร์ต”และ การจัดทำนโยบายและโปรแกรม ที่สอดประสานกับความร่วมมือของ Montfort Social Institute (MSI), Hyderabad (cf. 5.4.1.1 Strategy 4-a)
H) จัดเตรียมเนื้อหาทางการศึกษา ที่ยึดเป้าหมาย 16ของ SDGs และ จัดอบรมให้กับคณะภราดาและครูโดยร่วมมือกับ MSI, 2019 – 2024 (cf. 5.5.1.1 Strategy 5-a)
I) จัดอบรมให้กับ Formators และ Collaborators, โดยร่วมมือกับ Partnership Commission: 2020 (cf. 5.6.1.2 Strategy 6-b)
J) จัดประชุม คณะภราดาและ Collaborators ในหัวข้อ the Orientations of the 32nd General Chapter on Education, โดยร่วมมือกับ the Education Commission of the National Council of India (cf. 5.6.1.2 Strategy 6b)
K) อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนแปลงข้อมูลระหว่างครูและนักเรียน โดยผ่านการเชื่อมโยงทางอินเตอร์เน็ท


III.JUSTICE AND PEACE:

Pope Benedict XVI ได้กล่าวไว้ว่า“หมู่คณะของนักบวชมีบทบาทอย่างมาก ในการทำงานด้านการศึกษาเพื่อสันติภาพพระศาสนาจักรเชื่อว่า ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการแพร่ธรรม ใหม่ ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่การกลับใจสู่ความเป็นจริงและความรักในองค์พระคริสตเจ้า จากผลดังกล่าว ทำให้การเกิดใหม่ ในชีวิตจิตและในด้านศีลธรรม เกิดขึ้นได้ ทั้งในตัวบุคคลและในสังคม สถาบันเชิงวัฒนธรรม โรงเรียน และ มหาวิทยาลัย มีภารกิจพิเศษทางด้านสันติภาพ องค์การเหล่านี้ได้รับการเชื้อเชิญให้ได้มีส่วนอย่างเด่นชัด มิใช่ในด้านการหล่อหลอม ผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ในการฟื้นฟูสถาบันทางสังคม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อีกด้วย” (Pope Benedict XVI on the World Day of Peace, 2013

A) ตามที่ระบุไว้ใน the Acts of the 32nd General Chapter,

1) เราจะต้องทำการประเมินผลโครงการสำหับคนชายขอบที่เราได้ริเริ่มและหาทางปรับปรุง (5.3.1.1 Strategy 3-a)
2) ทุกบ้านควรมีโครงการสำหรับคนชายขอบ
3) ควรมีการส่งเสริมให้เปิดบ้านสำหรับคนชายขอบ อย่างน้อย ๑ บ้าน ในทุกแขวง ช่วงระหว่างปี 2018-24 และมีการทบทวนเพื่อให้ทางเลือกกับคนชายขอบ (5.3.1.1 Strategy 3a)
4) ควรมีความพยายามในการผสมผสาน การจัดการศึกษาเพื่อคนพิการที่มีปัญหาด้านการฟังกับการมองเห็น ของทุกสถาบัน (5.3.1.2 Strategy 3-b)
5) ควรมีความพยายามในการฟื้นฟูและพัฒนาพันธะกิจการศึกษาด้านอาชีวะเพื่อเสริมสร้างทักษะและยื่นโอกาสทางอาชีพให้กับเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา (5.3.1.3 Strategy 3-c)

B) เลขาธิการของ GSJP มีภาระหน้าที่ต่อไปนี้:

1) จัดพิมพ์ GABRIELITE VOICE ๔ ฉบับของทุกปี
2) จัดลงทะเบียน Email ID’s และ WhatsApp ของสมาชิก JPIC Commission Conveners และภราดาที่มีส่วนร่วมในงานนี้ทุกคน
3) จัดประชุมร่วมของสมาชิก JPIC commission and และภราดาที่ร่วมในงานนี้ ภายในปีthe Brothers directly involved in สำหรับ FRANCOPHONE SECTOR
4) จัดโปรแกรม ฝึกอบรมงานด้าน JPICให้กับ Pre-Novices, Novices และ Junior Brothers ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร ในหัวข้อเรื่อง ความทัดเทียมทางเพศ การศึกษาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน สันติศึกษา สิทธิเด็ก และ การปกป้องผู้เยาว์ (5.3.1.4 Strategy 3-d)

C) คณะอนุกรรมการ GSJP Sub-Secretariat มีภาระหน้าที่ต่อไปนี้:
1) จัดพิมพ์ ตำรา การศึกษาด้านคุณค่า สำหรับนักเรียน เกรด VIII & IX ภายในปี March 2020
2) จัดประชุม Live-in session ประจำปี สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในงาน JPIC
3) จัดประชุมร่วมสำหรับสมาชิก JPIC commission ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสาร และคณะภราดาที่มีส่วนร่วมในงานดังกล่าว ภายในปี 2020
4) พัฒนา GSJP website ภายใน December 2019
5) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่ Pre-Novices, Novices และ Junior Brothers ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสาร ในเรื่อง ความทัดเทียมทางเพศ การศึกษาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน การศึกษาเพื่อความยั่งยืน สันติศึกษา สิทธิเด็ก และ การปกป้องผู้เยาว์ (5.3.1.4 Strategy 3d).
6) จัดสัมมนา ให้กับ ภราดาและครู ในเรื่องการนำนโยบายสิทธิเด็กและการปกป้องผู้เยาว์

IV PARTNERSHIP:

“เรารู้ว่าอนาคตของพระศาสนาจักรในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเรียกร้องให้เราเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการทำงานกับฆราวาส พระศาสนาจักรในบางที่ได้อุทิศและทุ่มเทในงานสอนคำสอนและทำงานด้านการศึกษา ความท้าทายของโลกวันนี้อยู่ที่การสร้างพื้นฐานที่มั่นคง และส่งเสริมให้มีความร่วมมือกัน รวมทั้งแบ่งงานกัน ในการวางแผนอนาคตของวัดและสถาบันต่างๆของเรา การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเราจะยกเลิกความรับผิดชอบด้านชีวิตจิตซึ่งเราได้รับมอบหมายแต่มันหมายถึงการไตร่ตรองร่วมกันและนำของประทานไปใช้อย่างฉลาดบนความสว่างที่พระจิตได้ประทับอยู่กับพระศาสนาจักร ในความหมายที่ชัดเจนขึ้น มันหมายถึงการให้คุณค่ากับการมีส่วนร่วมของฆราวาสทั้งหญิง ชาย รวมทั้งนักบวช ได้มีส่วนในการสานงานต่อ ในชุมชนของเรา” (Pope Francis to Priests and Religious in USA, 2015)

• ได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการด้านต่างประเทศสำหรับคณะภราดาและฆราวาสแพร่ธรรมเพื่อการมีส่วนร่วม ในเดือน August 2018. (cf. ACTS 3.5.1.1 Strategy 5-a), และมีสมาชิกดังต่อไปนี้:

 

 

BROTHERS

LAY PEOPLE

Central Administration

Bro. Dionigi Taffarello
Bro. T. K. James

 

Asia

Bro. Paulose Mekkunnel (INR)

Mr. Sebastian
(India – Province of Yercaud)

Bro. George Pottakaran (IND)

Mr. Bandi John Victor Stanley

Africa

Bro. Jean Chrysostome Rurangirwa (PEA)

Mr. Jocelyn Appolinaire Bemaria

Europe – Canada

Bro. Yvan Passebon (FRA)

Mr. Daniel Sebriàn Pérez
(Province of Spain)



การประชุมครั้งแรกของกรรมาธิการชุดดังกล่าว จะประชุมกันที่ St. Laurent-sur-Sèvre, France ต้นเดือน November 2018

  • ในเดือน January 2019 แบบสอบถามจะถูกส่งไปยัง เจ้าคณะของทุกแขวง รวมทั้ง District Superiors, และภราดาที่รับผิดชอบ ในคณะกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมเพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุด ในการเปิดโอกาสให้ฆราวาสมีส่วนร่วมกับแต่ละแขวง
  • ภายในเดือน March 2019, แบบสอบถามจะถูกส่งกลับมายัง คณะกรรมาธิการเพื่อทำการวิเคราะห์และแปลผล ผู้รับผิดชอบในการแปลผลของแต่ภาค ได้แก่


Regions

Person in charge

Europe, Canada, Latin America

Bro. Yvan and Mr. Daniel

Asia

Bro. George and Mr. Stanley

Africa

Bro. Jean Chrysostome and Mr. Jocelyn

 

4. ระหว่าง July – August 2019: การประชุมระดับนานาชาติ ของคณะกรรมาธิการเพื่อการมีส่วนร่วม จะถูกจัดขึ้น โดยมี Assistant ที่รับผิดชอบด้านการศึกษา หรือตัวแทน เข้าร่วมประชุม โดยมีหัวข้อประชุมดังต่อไปนี้:

  • วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้สังเคราะห์แล้ว จาก สามภาค (Asia / Africa / Europe-America) และจัดทำแผนปฏิบัติการ  ;
  • ศึกษาต้นร่างของระเบียบของ Associates เพื่อเสนอขออนุมัติต่อคณะบริหารส่วนกลาง
  • จัดเตรียมคู่มือในการฝึกอบรม ตามข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจ และวิเคราะห์ (cf. ACTS 5.6.1.1 Strategy 6-a)
  • แก้ไขเอกสาร “General Guidelines for Partnership 2009 ให้ทันสมัย”
  • จัดทำแผน Formation Plan for the Collaborators ด้วยการสนับสนุนของ the Secretariat for Education;
  • จัดเตรียมการประชุมในปี 2020 ที่ Rome (FSG and/or Montfortian Family).


  • 5. ภายในเดือน September 2019: อนุมัติระเบียบที่ว่าด้วย the Associates โดยคณะกรรมการบริหารส่วนกลาง (the Central Administration) และ มีการนำเสนอต่อ Provincial Superiors ในช่วงประชุม Formation Session.

    6. ระหว่างเดือน January-February 2020: จัดประชุม ครั้งที่ 3rd ของ the International Commission for Partnership ในหัวข้อต่อไปนี้:

  • การนำเสนอคู่มือการอบรม the Associates ต่อ คณะกรรมการบริหารส่วนกลาง (the Central Administration) เพื่อขออนุมัติ.
  • นำเสนอร่าง: “General Guidelines for Partnership 2009” ที่ได้รับการปรุงปรุงแล้ว.
  • เตรียมการประชุมขั้นสุดท้าย ในการประชุม international meeting for Partnership.
  • เตรียมแผนปฏิบัติการสำหรับปีถัดไป.


  • 7. ภายใน เดือน May 2020: ที่มีการประชุม 18th Council of the Institute: นำเสนอ คู่มือการอบรมฝึกอบรม the Associates and accompaniment of the Associates ต่อ Provincial Superiors. 8. ระหว่าง July-August 2020: จัดประชุม นานาชาติของ Partnership with Collaborators / Associates (แต่ละแขวงส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม)

    9. ระหว่าง January-February 2021: การประชุม ครั้งที่ 4th ของคณะกรรมาธิการ for Partnership ในหัวข้อต่อไปนี้:

  • นำเสนอ เอกสารที่ไดรับการปรับปรุงแล้ว เพื่อขออนุมัติ ต่อคณะกรรมการบริหารส่วนกลาง;
  • จัดเตรียมการประชุม Formation ที่ Bangalore สำหรับภราดาผู้รับผิดชอบการดังกล่าว  (Partnership and the Formators for the Associates / Collaborators).


  • 10. ระหว่าง April - May 2021: อนุมัติ เอกสารที่ไดรับการปรับปรุงแล้ว for Partnership โดย the Central Administration. 11. ในปี  2021: จัดประชุมที่ Bangalore at MSC: Formation สำหรับภราดาที่รับผิดชอบ งานด้าน Partnership และ the Formators for the Associates / Collaborators. (cf. ACTS 5.6.1.2 Strategy 6-b) ในหัวข้อต่อไปนี้:

  • การนำเสนอและนำไปใช้ เอกสารที่ไดรับการปรับปรุงแล้ว for Partnership;
  • นำเสนอ ระเบียบปฏิบัติและแผนการพัฒนา the Associates;
  • นำเสนอ Plan of Formation for the Collaborators.


  • 12. ระหว่างปี 2022 – 2024: ทำการฝึกอบรม การนำเอกสารที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว มาใช้ ให้กับ Associates / Collaborators ซึ่งแต่ละแขวงจะต้องดำเนินการ การฝึกอบรมให้กับ Associates / Collaborators ให้ได้ จำนวนมากเท่าที่จะมากได้ (for example at Sector levels). (Cf. ACTS 5.6.1.1 Strategy 6-a; 3.5.1.3 Strategy 5-c)

V. ด้านการเงิน FINANCE:
“คณะของผู้ถวายตนและหมู่คณะที่ดำเนินภารกิจของการแพร่ธรรมจะเป็นตัวกลางที่มีความกระตือรือร้นในการใช้ชีวิตและเป็นประจักษ์พยานโดยนำหลักการของการนำค่าตอบแทนไปใช้อย่างสมเหตุสมผลในกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจ การกำกับดูแลที่ระมัดระวังจะช่วยเป็นหลักประกันว่าสินทรัพย์ของคณะฯจะถูกบริหารจัดการอย่างชาญฉลาดและโปร่งใส ได้รับการปกป้อง และรักษา ในการนำไปใช้ในการเผยแพร่จิตตารมย์ อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผล ดำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่คำนึงถึงความไม่สิ้นเปลือง” (Pope Francis to the International Symposiums in Rome in 2014).
1 – การอบรม Provincial Bursars:
a)    ในปี May 2020: The General Bursar จะจัดอบรม Provincial Bursars ในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ
b)    ทางส่วนกลางเสนอให้ทุกแขวงแต่งตั้งให้Provincial Bursar ทำงานเต็มเวลา.
c)    The General Bursar จะเข้ามากํากับและประเมินผล แผนพัฒนาระยะยาวที่จะมาถึงในช่วง 5-10 ปีที่จะถึงนี้และช่วยจัดทำนโยบายที่ชัดเจนให้แต่ละแขวงเพื่อที่จะบริหารการเงินการมีประสิทธิภาพและสามารถพึงตนเองได้
d)    The General Bursar จะจัดเตรียมและทบทวน คู่มือบริหารการเงิน ให้แก่ทุกแขวง
e)    The Provincial Administrations จะฝึกอบรม Local Bursars ในเรื่อง ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และ ความรับผิดชอบด้านการเงิน.
2 - งบการเงินรวมของแต่ละแขวง:
แขวงต่างๆจะต้องจัดเตรียม ติดตาม และ ประเมินผลการใช้งบประมาณ และให้ความสำคัญต่องบประมาญณส่วนตัวของภราดา งบการเงินรวมของแขวงจะถูกจัดเตรียมและรับการอนุมัติจากส่วนกลางก่อน ในต้นปีงบประมาณ การนำเสนองบการเงินและรายงานการใช้งบประมาณของแขวง จะต้องยื่นภายใน หกเดือน หลังสิ้นสุด ปีงบประมาณ
3 – การจัดประชุมระดับชาติและระดับนานาชาติ:
รายจ่ายที่เกิดขึ้นของภราดาที่เป็นสมาชิก ในการเข้าร่วมประชุม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ แต่ละแขวงจะเป็นผู้รับผิดชอบ รายจ่ายของภราดาที่ทำงานใน National Institutions เช่น Novitiate, MSC, etc., ใน the National Council of India จะรับผิดชอบ ในกรณีที่ทางแขวงต้องการได้รับการสนับสนุน ทางแขวงจะต้องร้องขอมายัง Central Administration เพื่อขออนุมัติก่อน ส่วน หน่วยงานนั้นๆให้เป็นไปตามนโยบายที่ผ่านมา.
 4 – กรรมาธิการการเงินต่างประเทศ:
กรรมาธิการการเงินต่างประเทศ(IFC) ได้รับการแต่งตั้งจาก Superior General และ Council. วาระในการทำหน้าที่ อยู่ที่ สามปี บทบาทหน้าที่จะเกี่ยวกับการศึกษาการผนึกกำลังของทุกแขวงร่วมกัน การผนึกกำลังระหว่างแขวง ความรับชอบในการบริหารการเงิน หลักการบริหารการเงินอย่างมีธรรมาภิบาล หลักประกันสุขภาพและการเกษียณอายุ รวมทั้งให้คำปรึกษาในการร่างนโยบายเพิ่มเพิ่มพูนรายได้และทรัพยากรในการบริหารการเงิน.
5 – โครงการที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ
ทุกโครงการ ทั้งของ Provinces/Communities/Institutions จะต้องผ่าน Provincial in Council พร้อมข้อเสนอแนะ ของอธิการแขวงส่งต่อไปยัง Superior General และ Council.
6 - โครงการอื่นๆ
- โครงการใดก็ตาม ที่ไม่มีแขวง ของเราทำงานอยู่จะไม่ได้รับการพิจารณา
-โครงการที่มาจากประเทศที่มีแขวง ของเราทำงานอยู่คำร้องขอจะถูกส่งไปยังแขวงนั้นๆเพื่อการประเมินผลในกรณีที่แขวงดังกล่าว เห็นว่าควรได้รับการสนับสนุน ให้แขวงนั้นดำเนินการเอง ในกรณีที่แขวงนั้นไม่สามารถ สนับสนุนด้านการเงิน ให้แขวงนั้น ร้องขอมายัง Central Administration พร้อมข้อเสนอแนะ Central Administration จะทำการศึกษาและตัดสินใจ
7 – การรับ Lay People เข้ามูลนิธิ
แขวงในประเทศตะวันตก ประสบปัญหาในด้าน ภราดาที่มีอายุมากและขัดสนด้าน ทรัพยากรมนุษย์ มีความจำเป็นที่ต้องศึกษา บันทึกช่วยใจ ของ Associates ฉบับปัจจุบัน หรืออาจจะต้อง ทำร่างฉบับใหม่ ขึ้นมา และมองหาลู่ทางในการนำเอา ฆราวาส เข้ามาเป็นสมาชิก (ถ้าเป็นเช่นนั้น) สมาชิกดังกล่าวควรได้รับการอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องดังกล่าวให้เพียงพอ เกี่ยวกับการประสานของ แขวงนั้นๆ กับ Central Administration.
                                                                        ด้วยจิตคาราวะ

                                                                                   สำนักงาน “มงฟอร์ต ศึกษา”